กองทุนหลักประกันสุขภาพ

ต้นแบบกองทุนหลักประกันสุขภาพ
ระดับพื้นที่หรือตำบล
กับการจัดการปัญหาเหล้า บุหรี่ อุบัติทางถนน


 

ต้นแบบกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่หรือตำบล

กับการจัดการปัญหา เหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุทางถนน

  1. เหล้าเบียร์ เป็นความเคยชิน ใครๆ เขาก็ดื่มกัน
  2. รถชน ผัวเมียตีกัน ฆ่าข่มขืน ท้องก่อนแต่ง วัยรุ่นตีกัน รู้ไหมเพราะเหล้าเบียร์ทั้งนั้นแหละ
  3. ดื่มเหล้าเบียร์ เป็นเรื่องของใครของมัน
  4. กีฬาต้านยาเสพติด แต่ทำไมเหล้าเบียร์เพียบ หรือว่ามันไม่ใข่ยาเสพติด
  5. (เด็กพูด) ไหนว่า เหล้าบุหรี่ไม่ดี แต่ทำไมผู้ใหญ่ชอบกินกัน

ความจริงแล้วเป็นอย่างนั้นจริงหรือ 

ยังมีบุคคลบางกลุ่ม ที่เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดจาก เหล้าเบียร์ และได้ลงมือแก้ไขปัญหา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นที่หรือตำบล

กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นที่หรือตำบล มีเป้าหมายสำคัญ คือการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนทุกคนในพื้นที่ โดยส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วม ตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น โดยองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่

แหล่งที่มาของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นที่ ประกอบด้วย

1. เงินค่าบริการสาธารณสุขที่ได้รับจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในส่วนของการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพกำหนด ในปีงบประมาณ 2549 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนกองทุนฯเป็นรายหัว จำนวน 37.50 บาทต่อคน ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในนามของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น และในปีงบประมาณ 2553 เพิ่มเป็น 40 บาทต่อคน

2. เงินอุดหนุนหรืองบประมาณที่ได้รับจากองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ตามกฎหมายบัญญัติ มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • อบต.ขนาดใหญ่หรือเทศบาล ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
  • อบต.ขนาดกลาง ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
  • อบต.ขนาดเล็ก ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

3. เงินสมทบจากชุมชนหรือกองทุนชุมชน

4. รายได้อื่นๆ หรือทรัพย์สินที่ได้รับมาในกิจการของระบบหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งเงินอุดหนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ

คณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับพื้นที่ มีอำนาจในการจัดทำข้อมูลและแผนดำเนินการที่เกี่ยวกับปัญหาสาธารณสุข ดำเนินการให้กลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง บริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพโปร่งใส และจัดทำสรุปผลการดำเนินงานหรืองบดุลเมื่อสิ้นปีงบประมาณ รับผิดชอบการรับเงิน การจ่ายเงิน และจัดทำบัญชีเงินหรือสินทรัพย์ในกองทุนให้เป็นไปตามรูปแบบที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด โดยคณะกรรมการบริหารมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ประกอบด้วย

  1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือนายกเทศมนตรี เป็นประธานกรรมการ
  2. สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาเทศบาลที่สภามอบหมายจำนวน 2 คน เป็นกรรมการ
  3. ผู้แทนหน่วยบริการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพมอบหมาย จำนวน 1 คน เป็นกรรมการ
  4. ผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่คัดเลือกกันเอง จำนวน 2 คน เป็นกรรมการ
  5. ผู้แทนหมู่บ้านหรือชุมชนที่ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนคัดเลือกกันเอง หมู่บ้านหรือชุมชนละ 1 คน เป็นกรรมการ
  6. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือปลัดเทศบาล เป็นกรรมการและเลขานุการ

แนวทางการสนับสนุนการจัดกิจกรรม 4 ลักษณะ ดังนี้

  1. การจัดบริการสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย
  2. การสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยบริการสุขภาพที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่น
  3. การสร้างเสริมสุขภาพโดยประชาชนและชุมชนท้องถิ่น ส่วนนี้เป็นกิจกรรมที่เกิดจากความริเริ่มของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นเอง อาจจะเป็นกิจกรรมในเชิงสร้างเสริมสุขภาพ หรือกิจกรรมในเชิงป้องกัน ควบคุมโรค หรือกิจกรรมในเชิงฟื้นฟูสมรรถภาพหรือกิจกรรมการบำบัดรักษา
  4. การบริหารจัดการกองทุน

 

ต้นแบบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่หรือตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และอุบัติเหตุทางถนน รวม 10 แห่ง ได้แก่

1. องค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จ.พิจิตร

2. องค์การบริหารตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จ.น่าน

3. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย

4. เทศบาลตำบลโคกศรี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

5. อบต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

6. อบต.ส้มผ่อ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร

7. อบต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก

8. อบต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

9. เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

10. อบต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

1. องค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จ.พิจิตร

องค์การบริหารส่วนตำบลวังกรด เป็น อบต. ขนาดเล็ก ตั้งอยู่เลขที่ 9 ม.4 ตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร มีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 6 หมู่บ้าน 706 หลังคาเรือน และมีจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 2,194 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

นายมานะ วุฑฒยากร นายก อบต.วังกรด ให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องสุขภาพของชาวบ้าน ตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งวัยสูงอายุ โดยมีโครงการ/กิจกรรมให้ทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น เด็ก, ผู้สูงอายุ + พ่อ,แม่ + ลูก เป็นต้น โดยใช้งบจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลวังกรด

2. องค์การบริหารตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จ.น่าน

องค์การบริหารส่วนตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ห่างจากที่ทำการอำเภอภูเพียงไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองน่าน 200 เมตร (คนละฝั่งแม่น้ำน่าน)มีพื้นที่ปกครอง 17 หมู่บ้าน ประชากร 11,533 คน 3,478 ครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง

นายวุฒิไกร ดวงพิกุล นายก อบต.ฝายแก้ว สนับสนุนให้เกิดโครงการเข้าพรรษากู้ปี๋หื้อละอ่อนจิตใจ๋ดีปากั๋นเข้าวัด โดยใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลฝายแก้ว เนื่องจากสถาบันครอบครัวประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ แม่ ลูก และมีผลทำให้เด็กเยาวชนในหมู่บ้านไปมั่วสุมติดยาเสพติด กินเหล้า และสูบบุหรี่

3. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย

องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งอยู่ระหว่างถนนเชียงราย-เทิง แยกการปกครองมาจากตำบลสันทราย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2528 มีประชากรรวม 8,534 คน 3,805 หลังคาเรือน และมีจำนวนหมู่บ้านในเขตการปกครองทั้งหมด 13 หมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนหลักประกันสุขภาพเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549

นางอรัญญา บุญตานนท์ นายก อบต.ท่าสาย เน้นการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณด้าน สาธารณสุข การศึกษา ศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น สร้างความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านกีฬาของสถานศึกษาและกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านและตำบล

4. เทศบาลตำบลโคกศรี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

เทศบาลตำบลโคกศรี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ยกฐานนะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำบลโคกศรี เมื่อปี พ.ศ.2542 มีเขตปกครองครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล คือ ตำบลอุ่มเม่า เฉพาะชุมชนหมู่ 3 บ้านโคกเครือบางส่วน ชุมชนบ้านโคกศรี หมู่ที่ 4 5 6 7 และตำบลดอนสมบูรณ์ คือ ชุมชนปากทางเขื่อนและชุมชนป่าแดงบางส่วน ประชากรรวมทั้งสิ้น 3,108 คน 732 ครัวเรือน อาชีพหลักส่วนใหญ่คือ เกษตรกร และรับจ้าง

นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโคกศรี ผู้สนับสนุนให้เกิดโครงการ “ ชาวเทศบาลตำบลโคกศรี สุดยอดปลอดเหล้าโดยจะงดเหล้าในงานประเพณีที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ งานศพ งานอุปสมบท และงานบุญกฐิน ซึ่งทุกคนมีความฝันและมีเป้าหมายสูงสุดที่จะทำให้เป็นชุมชนปลอดเหล้าและอบายมุข เพื่อให้เกิดเป็นประเพณีและวัฒนธรรม ที่ดีงามให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สืบทอดต่อกันไป 

ท่านพระครูโสภณวินัยวัฒน์ รองเจ้าคณะอำเภอยางตลาด เจ้าอาวาสวัดบูรพาโคกเครือ และเทศบาลตำบลโคกศรี ได้ประชุมประชาคมหมู่บ้านในการแก้ปัญหาชุมชนชาวโคกศรี หมู่ที่ 4,5,6,7 มีความต้องการอยากจะแก้ปัญหาในการดึ่มเหล้า มาเป็นอันดับที่ 1 ซึ่งตกลงกันจะงดในงานศพ งานอุปสมบท และงานบุญกฐิน เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เป็นการทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ลด ละ เลิก อบายมุข พร้อมกันทั้ง 4 หมู่บ้าน จำนวน 327 ครอบครัว และทุกคนได้มีข้อตกลงหรือพันธะสัญญาทางใจร่วมกัน และขอสัญญาว่า เมื่อเป็นเจ้าภาพจะไม่นำเหล้ามาเลี้ยงแขก เมื่อเป็นแขกจะไม่นำเหล้ามาดื่มในงาน “จะเอาใจวัดกัน” นอกจากนี้ยังมีป้าย “ขออภัยแทนเจ้าภาพ งานนี้งดเหล้าไม่มีน้ำเหล้า ไม่มีเมา มีแต่น้ำใจให้แก่กัน” บริเวณบ้านที่จัดงานบุญ ส่วนการ์ดบัตรเชิญจะมีการประทับตรายางให้แขกทุกคนทราบอย่างเป็นทางการและ ทั่วถึง

5. อบต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

องค์การบริหารส่วนตำบลสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่หรือตำบล เมื่อปี พ.ศ. 2549 ในปีแรกของการดำเนินงาน ได้จัดทำโครงการทั้งสิ้น 6 โครงการ การดำเนินงานส่วนใหญ่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพของคนวัยกลางคน และผู้สูงอายุ หนึ่งในโครงการเหล่านั้น คือ โครงการหมู่บ้าน ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นโครงการที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ นายเรืองยศ อินทรธรรม นายก อบต.สว่างแดนดิน และคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลสว่างแดนดิน เป็นอย่างมากเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ให้การตอบรับและให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมอย่างดียิ่ง จนทำให้กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลสว่างแดนดิน ได้รับรางวัลการดำเนินงานดีเด่นจาก สปสช.เขตพื้นที่สกลนคร

6. อบต.ส้มผ่อ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร

องค์การบริหารส่วนตำบลส้มผ่อ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร ประกอบด้วย 5 ชุมชน 8 หมู่บ้าน เป็นชุมชนเก่าแก่มีวิถีชีวิตแบบชนบท ประชากรทั้งหมด 6,323 คน แยกเป็น ชาย 3,231 คน หญิง 3,092 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม(ทำนา) รองลงมาคือ ทำไร่ มีอาชีพเสริมได้แก่ ทอเสื่อกก ทอผ้า เย็บผ้า และเลี้ยงสัตว์

นายชนะ วรสาร นายก อบต.ส้มผ่อ สนับสนุนโครงการงดเหล้างานศพลบความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ส่งเสริมการใช้สมุนไพรและแพทย์ทางเลือก ลดการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของสุขภาวะแบบบูรณาการตามแนวทางวิถีชีวิตอย่างพอเพียงอย่างยั่งยืน ต่อไป

7. อบต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก

องค์การบริหารส่วนตำบลวังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก มีแม่น้ำนครนายกไหลผ่านทำให้มีน้ำใช้ตลอดปี ประชาชนมักปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำ มีอาชีพเพาะปลูกและการประมง จำนวนประชากร 2,666 คน 667 หลังคาเรือน มีเขตการปกครองครอบคลุม 7 หมู่บ้าน

พ.ท.เสน่ห์ นาคนาคา นายก อบต.วังกระโจม ผู้ริเริ่มโครงการจักรยานสีขาวต้านยาเสพติด เมื่อปี 2548 เพื่อสนองนโยบายภาครัฐ กลุ่มผู้ขับขี่จักรยานเหล่านี้เรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า “กลุ่มรถจักรยานตำบลวังกระโจม” มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 6 ขวบ จนถึง 74 ปี รวมตัวกันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพใน 4 มิติ คือ มิติทางกาย มิติทางจิตใจ มิติทางสังคม และมิติทางจิตวิญญาณ ด้วยการนำเอาจักรยานมาเป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนโดยชุมชนได้อย่างลงตัว

8. อบต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็น อบต.ขนาดใหญ่ แบ่งการปกครองออกเป็น 16 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งสิ้น 14,577 คน 5,060 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

นายเทวิน วงษ์แจ้ง นายก อบต.คลองสี่ จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนแบบมีส่วนร่วมปี 2552 ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับคัดเลือกจากเครือข่ายบริการสุขภาพโรงพยาบาลคลองหลวงให้เป็นชุมชนต้นแบบ มีการดำเนินงานใน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ ชุมชนหมู่ที่ 10 และชุมชนหมู่ที่ 3 กิจกรรมเริ่มต้นจากชวนชาวบ้านและแกนนำ เดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างกระแสในหมู่บ้าน มีอสม.เดินสำรวจข้อมูลการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายหลังคาเรือนทุกสัปดาห์ และชวนคนที่ชอบดื่ม ลด ละ เลิก เหล้าเบียร์ สำหรับคนที่สามารถเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิตทาง อบต.คลองสี่จะจัดทำป้ายขนาดใหญ่ติดรูปติดชื่อ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ปัจจุบันคนที่สามารถเลิกเหล้าได้ตลอดชีวิต ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแกนนำ โดยมีวัตถุประสงค์จะลดนักดื่มหน้าใหม่ในท้องถิ่นชุมชนต่อไป

9. เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เดิมอยู่ในเขตการปกครองของตำบลดอนเจดีย์ ได้ขอแยกออกเป็นตำบลใหม่ เมื่อ พ.ย.2543 และได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลหนองสาหร่าย เมื่อปี 2551 โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 หมู่บ้าน มีประกรทั้งสิ้นประมาณ 3,500 คน

เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย เน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของประชาชนในตำบลหนองสาหร่าย ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ได้มีกิจกรรมส่งเสริมป้องกันเยาวขนให้ห่างไกลจากอบายมุข และยาเสพติด และเพิ่มความรักความสามัคคีในหมู่วัยรุ่น ด้วยการจัดกิจกรรมจักรยานแรลลี่เฉลิมพระเกียรติ การจัดกิจกรรมออกกำลังกาย และการส่งเสริมชมรม To Be Number One ให้มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

10. อบต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 3371 แบ่งการปกครองแบ่งเป็น 7 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่อยู่ในเขตการปกครองของ อบต.นิคมพัฒนาเต็มทั้งหมู่บ้าน จำนวน 5 หมู่ ได้แก่ หมู่ที่ 3-7 และมีเขตการปกครองบางส่วนจำนวน 2 หมู่ ได้แก่ หมู่ที่ 1,2 รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 6,530 คน 3,596 ครัวเรือน อาชีพหลักของประชากร คือ เกษตรกรรม เช่น ไร่สับปะรด, สวนยางพารา และไร่มันสำปะหลัง

หลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับตำบล นายอรุณ อินทร์แก้ว นายก อบต.นิคมพัฒนา ได้ดำเนินการพัฒนาตำบลโดยมีนโยบายหลักคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกวัยในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่เกิดจนถึงเชิงตะกอน

จากการศึกษาข้อมูลปัญหาสุขภาพของประชากรในชุมชน คณะกรรมการกองทุนฯ จึงได้วางแผนทำโครงการนำร่องขึ้นมา จำนวน 4 โครงการ หนึ่งในโครงการเหล่านั้น คือ โครงการฑูตเยาวชนต่อต้านยาเสพติด เนื่องจากเยาวชนเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชน และข้อมูลบ่งชี้ว่ามีการใช้สารเสพติดในชุมชน โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อให้เยาวชนไปเข้าค่ายเรียนรู้โทษภัยของสารเสพติด ฝึกการปฏิเสธ และกระตุ้นให้คิดวางแผนป้องกันสารเสพติดในชุมชน เพื่อที่เยาวชนเหล่านั้นจะได้กลับมาเป็นแกนนำในชุมชนต่อไป

(ปิดท้ายพื้นที่ต้นแบบ)

การแก้ไขปัญหา เหล้า บุหรี่ และอุบัติเหตุทางถนน ต้องอาศัยทั้งการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รณรงค์ป้องกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทุกหน่วยงานต้องมีส่วนร่วมพัฒนามาตรการระดับพื้นที่ชุมชน และสนับสนุนมาตรการระดับชาติ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป

No comments yet.
No trackbacks yet.